แก้วมังกรในกระถาง..พื้นที่แคบๆก็ปลูกได้
>> วิธีการปลูกแก้วมังกรในกระถาง พื้นที่แคบๆก็ปลูกได้..
วัสดุ-อุปกรณ์
วิธีการปลูก
การดูแลแก้วมังกรในกระถาง
ประโยชน์ของแก้วมังกร
แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณทางยา คุณค่าทางโภชนาการ นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพกับความงามอีกด้วย มักใช้บริโภคเพื่อจุดประสงค์ในการลดน้ำหนัก เพราะเนื่องจากจะรู้สึกอิ่มแล้ว แก้วมังกรยังมีกากใยสูง ประกอบกับมีแคลอรี่ต่ำ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ให้ข้อมูลว่า แก้วมังกรมีสารที่เป็นประโยชน์ คือ มิวซิเลจ พบเฉพาะพืชตระกูลกระบองเพชร มีลักษณะคล้ายวุ้นเจลช่วยดูดซับน้ำในร่างกาย และควบคุมระดับกลูโคสในคนที่เป็นโรคเบาหวานในชนิดที่ไม่ต้องใช้อินซูลินได้ ช่วยบรรเทาอาการโรคโลหิตจาง เพิ่มธาตุเหล็กให้แก่ร่างกาย ป้องกันโรคหัวใจ หลอดเลือดหัวใจอุดตัน มะเร็งลำไส้ และต่อมลูกหมาก ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของกระดูกและฟัน
อ้างอิงจาก: http://www.kaijeaw.com, http://www.bansuanporpeang.com/node/24610
- ท่อน้ำทิ้งข้างในกลวงหน้ากว้าง 4 นิ้ว ยาว 3 เมตร (หรือเสาไม้ก็ได้)
- กระถางหน้ากว้าง 50 เซนติเมตร
- ค้างด้านบนอาจทำจากไม้หรือปูนเป็นรูป 4 เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง x ยาว 30 เซนติเมตร
- ขุยมะพร้าว
- ดิน
- เชือกฟาง

- ใช้เสาตั้งเป็นหลักในกระถาง
- ใส่ขุยมะพร้าวรองก้นกระถางเพื่อให้น้ำถ่ายเทได้ดี ในอัตราส่วน 1 ใน 3 ของปริมาตรกระถาง จากนั้นนำดินสำเร็จรูปผสมกับขุยมะพร้าวหรือแกลบดำ ใส่ลงไปในกระถางจนถึงขอบกระถาง
- นำต้นแก้วมังกรมาปลูกให้ชิดกับเสาแล้วใช้เชือกฟางมัดต้นแก้วมังกรให้ติดกับเสา ไม่ต้องมัดให้แน่นมากควรผูกจนกว่าต้นแก้วมังกรจะเจริญเติบโตจนพ้นหัวเสา
- จากนั้นนำดินมากลบด้านบนของกระถาง *** ต้นแก้วมังกรเป็นสามเหลี่ยมแต่จะมีด้านหนึ่งที่เป็นด้านแบนดังนั้นเวลาผูกต้นแก้วมังกรให้จับด้านแบนของต้นเข้ากับหลักเพราะว่าด้านแบนเป็นด้านที่ออกราก

- การรดน้ำให้รดเพียง 1 ครั้ง ภายใน 2-3 วัน และไม่ควรรดมากเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดรากโคนเน่าได้
- การให้ปุ๋ยควรใส่ปุ๋ยทุก 15 วัน ใส่ครั้งละ 2-4 ช้อนโต๊ะ สูตรที่ใช้ 15-15-15 หรือ 11-11-11 + 10 OM หลังจากใส่ปุ๋ยแล้วต้องรดน้ำติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน (วันละครั้งเช้าหรือเย็นก็ได้) ถ้ามีปุ๋ยคอกเช่นมูลไก่หรือมูลม

