หมวดดินและปุ๋ย

แม่ปุ๋ย คืออะไร ? มีสูตรอะไรบ้าง เลือกใช้ให้ตรงกับพืช

แม่ปุ๋ย คือปุ๋ยเคมีที่เป็นสารประกอบเดี่ยวหรือมีธาตุอาหารหลักเพียง 1 ถึง 2 ธาตุในความเข้มข้นสูง นำมาใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับการผสมปุ๋ยใช้เองในแปลงเกษตร ช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารตรงตามความต้องการในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต

แม่ปุ๋ย 4 สูตร 46-0-0, 21-0-0, 18-46-0 และ 0-0-60 กับถุงปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0 พาริช
สารบัญ

พาริช สรุปให้

  • แม่ปุ๋ยและปุ๋ยเดี่ยว คือสารประกอบทางเคมีที่มีความเข้มข้นสูง ประกอบด้วยธาตุอาหารหลัก 1 ถึง 2 ธาตุ เกษตรกรนิยมนำมาผสมใช้เองในแปลง เพื่อช่วยบริหารจัดการต้นทุน และให้สารอาหารตรงตามความต้องการของพืชในแต่ละระยะการเจริญเติบโต
  • แม่ปุ๋ย 4 สูตรหลักของ พาริช (PARICH) มีธาตุอาหารหลัก N-P-K ครบถ้วน ประกอบด้วยยูเรีย (46-0-0) แอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) ไดแอมโมเนียมฟอสเฟต (18-46-0) และโพแทสเซียมคลอไรด์ (0-0-60)
  • การผสมแม่ปุ๋ยใช้เองให้คุ้มค่าควรเริ่มจากการตรวจดินก่อนใส่ และจัดสัดส่วนธาตุอาหารตามช่วงอายุของพืช พร้อมทั้งระวังคู่ปุ๋ยที่ห้ามผสมคลุกเคล้าเข้าด้วยกันเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพ
  • คุณภาพมาตรฐาน พาริช (PARICH) เป็นเนื้อปุ๋ยล้วนปราศจากสารตัวเติม (No Filler) ใช้กับโดรนเกษตรได้ พร้อมทั้งมีระบบปัญญาประดิษฐ์ตรวจสอบสูตรปุ๋ยแบบรายกระสอบ

แม่ปุ๋ย คือปุ๋ยเคมีที่เป็นสารประกอบเดี่ยวหรือมีธาตุอาหารหลักเพียง 1 ถึง 2 ธาตุในความเข้มข้นสูง นำมาใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับการผสมปุ๋ยใช้เองในแปลงเกษตร ช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารตรงตามความต้องการในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต

สำหรับเกษตรกรที่ต้องการวางแผนบริหารต้นทุนการผลิตให้คุ้มค่า พาริช (PARICH) ได้รวบรวมข้อมูลว่าแม่ปุ๋ยมีสูตรอะไรบ้าง สัดส่วนธาตุอาหารหลัก ตลอดจนแนวทางการจับคู่ผสมที่ถูกต้อง เพื่อให้เกษตรกรนำไปปรับใช้ในแปลงปลูกได้อย่างมั่นใจ

แม่ปุ๋ย คืออะไร ต่างจากปุ๋ยสูตรสำเร็จทั่วไปอย่างไร ?

แม่ปุ๋ยกับปุ๋ยสูตรผสมเสร็จ ได้แก่ ปุ๋ยเดี่ยวเนื้อล้วน ปุ๋ยเดี่ยวอัดเม็ด ปุ๋ยผสมคลุกเคล้า และปุ๋ยปั้นเม็ดสำเร็จรูป

แม่ปุ๋ย คือสารประกอบธาตุอาหารพืชที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งต่างจากปุ๋ยสูตรสำเร็จทั่วไปตรงที่มีธาตุอาหารหลักเพียง 1 ถึง 2 ธาตุ การทำความเข้าใจและรูปแบบของปุ๋ยเคมีแต่ละชนิดช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนจัดการธาตุอาหารในแปลงปลูกให้คุ้มค่าต่อเงินลงทุน ยังสามารถจำแนกปุ๋ยตามลักษณะ และกระบวนการผลิตเพื่อประโยชน์สูงสุดในการบำรุงพืช

แม่ปุ๋ยกับปุ๋ยเดี่ยว

แม่ปุ๋ยและปุ๋ยเดี่ยว คือชื่อเรียกของปุ๋ยประเภทเดียวกัน หมายถึงสารประกอบเคมีที่ให้ธาตุอาหารหลักของพืชในระดับความเข้มข้นสูง ปุ๋ยกลุ่มนี้ผลิตขึ้นจากกระบวนการสังเคราะห์ทางเคมีหรือการนำแร่ธรรมชาติมาผ่านการแปรรูปมาตรฐาน

ปุ๋ยชนิดนี้มุ่งเน้นการให้ธาตุอาหารหลักเฉพาะตัว เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส หรือโพแทสเซียม เกษตรกรนิยมนำปุ๋ยเดี่ยวมาปรับสูตรธาตุอาหารเฉพาะทาง หรือนำมาผสมคลุกเคล้าเพื่อใช้ในแปลงปลูกให้เหมาะสมตามช่วงอายุของพืช

ความต่างระหว่างปุ๋ยเดี่ยวและปุ๋ยสูตรผสมเสร็จ

ปุ๋ยเดี่ยวและปุ๋ยสูตรผสมเสร็จมีความแตกต่างกันในด้านกรรมวิธีการผลิต และการกระจายตัวของเนื้อธาตุอาหาร ปุ๋ยเดี่ยวผลิตเป็นสารประกอบเดี่ยวที่เน้นความเข้มข้นของธาตุอาหารชนิดเดียว ส่วนปุ๋ยสูตรผสมเสร็จเกิดจากการนำแม่ปุ๋ยมาคลุกเคล้าหรือปั้นเม็ดรวมกัน เกษตรกรสามารถพิจารณาคุณสมบัติของปุ๋ยแต่ละชนิดเพื่อเลือกใช้ในแปลงปลูกตามตารางข้อมูลเปรียบเทียบ

ชนิดปุ๋ย ลักษณะทางกายภาพ กระบวนการผลิต ข้อดีในการใช้งาน
ปุ๋ยเดี่ยวเนื้อล้วน เม็ดปุ๋ยสีเดียวกัน และขนาดสม่ำเสมอทั้งกระสอบ ผลิตเป็นสารประกอบเดี่ยว ความเข้มข้นธาตุอาหารสูง ปรับสูตรผสมได้อิสระ
ปุ๋ยผสมคลุกเคล้า เม็ดปุ๋ยมีหลายสีปนกันตามสูตรแม่ปุ๋ยที่นำมาผสม คลุกเคล้าแม่ปุ๋ยเม็ดแห้งเข้าด้วยกัน ผสมสูตรตามสั่งได้ง่าย ต้นทุนต่อหน่วยประหยัด
ปุ๋ยปั้นเม็ดสำเร็จรูป เม็ดปุ๋ยสีเดียวกัน ทุกเม็ดมีธาตุอาหารครบตามสูตร ปั้นเม็ดรวมกันทางเคมีในโรงงาน ธาตุอาหารกระจายตัวสม่ำเสมอทุกจุดที่หว่าน

แม่ปุ๋ย มีอะไรบ้าง สรุป 4 สูตรหลัก

แม่ปุ๋ยพาริช 4 สูตรหลัก 46-0-0, 21-0-0, 18-46-0 และ 0-0-60

ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) แหล่งไนโตรเจน

ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) คือแม่ปุ๋ยที่ให้ธาตุไนโตรเจนเข้มข้น 46% ซึ่งทำหน้าที่ส่งเสริมการสร้างคลอโรฟิลล์ แตกยอดอ่อน บำรุงลำต้น และขยายขนาดใบ เม็ดปุ๋ยละลายน้ำได้ง่ายช่วยให้พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้อย่างต่อเนื่อง

  • จุดเด่นธาตุอาหาร คือการให้ไนโตรเจนสูงเพื่อการเจริญเติบโตของลำต้น และใบ
  • ระยะพืชที่แนะนำคือช่วงแรกของการปลูกหรือพืชผักกินใบ รวมถึงมีส่วนช่วยฟื้นฟูสภาพต้นหลังการตัดแต่งกิ่ง

ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) ไนโตรเจนกับกำมะถัน

ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือที่เกษตรกรเรียกว่าปุ๋ยน้ำตาลคือแม่ปุ๋ยที่ให้ธาตุอาหารคู่ ซึ่งมีบทบาทในการสังเคราะห์กรดอะมิโนและสร้างโปรตีนพืช

  • จุดเด่นธาตุอาหารคือให้ไนโตรเจน 21% และมีกำมะถันด้วย ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างน้ำมันหอมระเหย และบำรุงใบ
  • ระยะพืชที่แนะนำคือช่วงบำรุงต้น โดยเหมาะสำหรับพืชตระกูลหอม กระเทียม พืชไร่ และไม้ผลที่ต้องการธาตุอาหารเพื่อมีส่วนช่วยฟื้นฟูสภาพต้นหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต

ปุ๋ยไดแอมโมเนียมฟอสเฟต (18-46-0) ฟอสฟอรัสกับไนโตรเจน

ปุ๋ยไดแอมโมเนียมฟอสเฟต (18-46-0) หรือแดป คือแม่ปุ๋ยฟอสฟอรัสเข้มข้นที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งสะสมพลังงานระดับเซลล์พืช

  • จุดเด่นธาตุอาหาร คือการให้ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 46% พร้อมไนโตรเจน 18% ซึ่งส่งเสริมการเจริญเติบโตของระบบรากให้หยั่งลึกและแผ่กว้าง
  • ระยะพืชที่แนะนำคือการใส่รองก้นหลุมก่อนปลูก และการใส่ในช่วงสะสมอาหารเพื่อสนับสนุนการออกดอกออกผล

ปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ (0-0-60) แหล่งโพแทสเซียม

ปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ (0-0-60) หรือปุ๋ยหวาน คือแม่ปุ๋ยโพแทสเซียมเข้มข้นที่ทำหน้าที่ควบคุมการเปิดปิดปากใบ พร้อมลำเลียงน้ำตาล และแป้งจากใบไปสะสมยังผลผลิต

  • จุดเด่นธาตุอาหาร คือการให้โพแทสเซียม 60% ซึ่งส่งเสริมการสะสมแป้ง เพิ่มความหวาน และช่วยให้เนื้อแน่นขึ้น
  • ระยะที่ใช้กันมากคือช่วงพัฒนาผลผลิต และพืชหัวในระยะสร้างแป้งก่อนเก็บเกี่ยว

พาริชมีแม่ปุ๋ยครบทั้ง 4 สูตรนี้ คือ ยูเรีย (46-0-0), แอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0), ไดแอมโมเนียมฟอสเฟต (18-46-0) และโพแทสเซียมคลอไรด์ (0-0-60) เป็นเม็ดปุ๋ยล้วนไม่ผสมฟิลเลอร์ และมีระบบตรวจปุ๋ยทุกกระสอบ ถ้าเม็ดปุ๋ยไม่ตรงกับสูตรหน้ากระสอบ เครื่องจะหยุดทำงานทันที

วิธีการผสมแม่ปุ๋ยใช้เองให้คุ้มค่า (Tailor-made Fertilizer)

วิธีการผสมแม่ปุ๋ยใช้เอง 4 คู่ ผสมล่วงหน้าได้ ผสมแล้วใช้ทันที และห้ามผสม

การผสมแม่ปุ๋ยใช้เองหรือการสั่งผสมปุ๋ยแบบเฉพาะเจาะจงเป็นวิธีช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยส่วนเกิน เกษตรกรสามารถกำหนดสูตรธาตุอาหาร N-P-K ให้ตรงกับระยะการพัฒนาของพืชแต่ละช่วงอายุได้อย่างแม่นยำ

การปรับสูตรตามระยะการเจริญเติบโตของพืช

การปรับสัดส่วนแม่ปุ๋ยควรพิจารณาจากความต้องการธาตุอาหารของพืชที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงอายุ เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนการผสมให้เหมาะสมกับระยะการเจริญเติบโตได้ตามรายละเอียดการบำรุงพืช

สัดส่วนที่ใช้ผสมควรมาจากคำแนะนำการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินของพืชชนิดนั้น เช่น ถ้าคำแนะนำของข้าวไวต่อช่วงแสงคือ N-P-K 18-6-6 กิโลกรัมต่อไร่ จะคำนวณได้ว่าต้องใช้ไดแอมโมเนียมฟอสเฟต (18-46-0) ประมาณ 13 กิโลกรัม ยูเรีย (46-0-0) ประมาณ 34 กิโลกรัม และโพแทสเซียมคลอไรด์ (0-0-60) ประมาณ 10 กิโลกรัม

วิธีจับคู่ผสมแม่ปุ๋ยที่ปลอดภัย

การจับคู่ผสมแม่ปุ๋ยอย่างปลอดภัยต้องพิจารณาคุณสมบัติทางเคมี และการดูดความชื้นของปุ๋ยแต่ละชนิดเพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อนแข็งหรือเยิ้มน้ำ เกษตรกรสามารถตรวจสอบคู่ผสมปุ๋ย และแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงในการทำปฏิกิริยาได้จากตารางด้านล่าง

คู่ผสมแม่ปุ๋ย สถานะการผสม แนวทางปฏิบัติในแปลง
ยูเรีย (46-0-0) + ไดแอมโมเนียมฟอสเฟต (18-46-0) ผสมล่วงหน้าได้ คลุกเคล้าแล้วมัดปากกระสอบให้มิดชิดเพื่อกันความชื้น
ยูเรีย (46-0-0) + โพแทสเซียมคลอไรด์ (0-0-60) ผสมแล้วใช้ทันที ปุ๋ยคู่นี้ดูดความชื้นจากอากาศ ถ้าเก็บไว้นานจะจับตัวเป็นก้อน
แอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) + ไดแอมโมเนียมฟอสเฟต (18-46-0) ผสมล่วงหน้าได้ เข้ากันได้ เก็บในที่แห้ง
แอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) + ปูนขาว หรือโดโลไมต์ ห้ามผสมกัน ความเป็นด่างทำให้สูญเสียไนโตรเจนในรูปก๊าซแอมโมเนีย

นอกจากคู่ผสมในตาราง เกษตรกรควรพิจารณาหลักการอีก 2 ข้อนี้

  • เลือกแม่ปุ๋ยที่ขนาดเม็ดใกล้กันเพื่อไม่ให้แยกชั้นหลังผสม
  • ผสมเท่าที่จะใช้ในรอบนั้นและเก็บให้แห้ง เพราะปุ๋ยผสมดูดความชื้นแล้วจับเป็นก้อน

ข้อควรระวังและปัจจัยเสริมในการใช้แม่ปุ๋ย

ข้อควรระวัง และปัจจัยเสริมในการใช้แม่ปุ๋ยให้มีประสิทธิภาพสูงสุดขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในแปลงปลูก การตรวจสภาพดิน และการจัดเก็บแม่ปุ๋ยอย่างถูกวิธี

การตรวจวิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ย

การตรวจวิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ยคือการส่งตัวอย่างดินไปตรวจสอบปริมาณธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมที่ตกค้างอยู่ก่อนเริ่มฤดูกาลปลูก ข้อมูลผลวิเคราะห์จะแสดงระดับธาตุอาหารเดิมที่ยังคงเหลืออยู่ในดิน

หากผลวิเคราะห์พบว่ามีฟอสฟอรัสหรือโพแทสเซียมสะสมอยู่สูง เกษตรกรสามารถปรับลดสัดส่วนแม่ปุ๋ยชนิดนั้นลง หรือเลือกใส่เฉพาะธาตุอาหารที่ดินขาดหายไป แนวทางนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยส่วนเกินและช่วยบริหารต้นทุนในแปลงปลูกได้อย่างคุ้มค่า

การปรับสภาพดินที่เป็นกรดด้วยโดโลไมต์

การปรับสภาพดินด้วยโดโลไมต์ คือวิธีแก้ปัญหาดินเปรี้ยวหรือดินกรด ซึ่งเป็นสภาวะที่ขัดขวางรากพืชไม่ให้ดูดซึมฟอสฟอรัส และธาตุอาหารรองได้เต็มที่

ถ้าผลการวิเคราะห์ดินบอกว่าดินเป็นกรด ให้ปรับปรุงดินด้วยวัสดุปูนตามอัตราที่คำแนะนำจากผลการวิเคราะห์ดินกำหนดก่อนใส่ปุ๋ย และไม่ใส่ปูนพร้อมกับปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต เพราะความเป็นด่างทำให้สูญเสียไนโตรเจน

การเก็บรักษา และการหว่านด้วยโดรน

การเก็บรักษาแม่ปุ๋ยอย่างถูกวิธี คือการวางกระสอบในโรงเรือนที่แห้ง และปิดปากถุงให้สนิทเพื่อป้องกันความชื้น แม่ปุ๋ยมีคุณสมบัติดูดความชื้นจากอากาศได้ไว เกษตรกรจึงควรใช้พาเลทรองพื้นไม่ให้กระสอบสัมผัสพื้นปูนโดยตรง

สำหรับการให้ปุ๋ยในแปลงขนาดใหญ่ เกษตรกรนิยมใช้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรนเพื่อกระจายเม็ดปุ๋ยให้ทั่วถึง วิธีการนี้ต้องการเม็ดปุ๋ยที่มีความแข็งแรงสม่ำเสมอ และไม่แตกเป็นฝุ่นผงอุดตันช่องหว่าน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับแม่ปุ๋ย

ผสมแม่ปุ๋ยใช้เอง ประหยัดกว่าปุ๋ยสูตรผสมเสร็จจริงไหม?

ปุ๋ยผสมแบบคลุกเคล้ามีต้นทุนการผลิตเฉลี่ยต่ำกว่าปุ๋ยปั้นเม็ดสูตรเดียวกัน เพราะไม่มีค่าเทคโนโลยีการปั้นเม็ด และอาจไม่ต้องใส่สารตัวเติม ส่วนจะประหยัดได้เท่าไรขึ้นกับราคาแม่ปุ๋ยในรอบนั้นกับสูตรที่ต้องการ

เกษตรกรสามารถปรับลดหรือเพิ่มธาตุอาหารเฉพาะส่วนที่ดินขาดหายไป แนวทางนี้ช่วยลดการใช้จ่ายกับธาตุอาหารส่วนเกินที่พืชไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์

แม่ปุ๋ยสามารถนำไปละลายน้ำฉีดพ่นทางใบได้หรือไม่?

แม่ปุ๋ยเม็ดเกรดหว่านลงดินส่วนใหญ่ไม่เหมาะสำหรับการนำมาละลายน้ำเพื่อฉีดพ่นทางใบโดยตรง

ปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ (0-0-60) และไดแอมโมเนียมฟอสเฟต (18-46-0) เกรดหว่านดินมีค่าดัชนีเกลือสูง และมีสารเคลือบเม็ด การนำมาฉีดพ่นทางใบอาจทำให้เนื้อเยื่อใบไหม้หรือเกิดตะกอนอุดตันหัวฉีดพ่นได้ ถ้าต้องการให้ธาตุอาหารทางใบ ให้ใช้ปุ๋ยที่ทำมาสำหรับฉีดพ่นทางใบ และใช้ตามอัตราบนฉลาก

ปุ๋ยที่ผสมแล้วเก็บไว้ใช้ข้ามฤดูได้หรือไม่?

ปุ๋ยที่เกษตรกรผสมเองไม่ควรเก็บไว้ข้ามฤดูเพื่อป้องกันเม็ดปุ๋ยจับตัวเป็นก้อน สูตรปุ๋ยที่มีส่วนผสมของยูเรียหรือโพแทสเซียมคลอไรด์ดูดความชื้นจากอากาศได้ไว หากสัมผัสอากาศเพียงไม่กี่วันเม็ดปุ๋ยจะเริ่มเหนียวเยิ้มและแข็งตัว

เกษตรกรควรคำนวณปริมาณที่ต้องการใช้ในแต่ละรอบ ผสมเท่าที่จะใช้ในรอบนั้น และเก็บส่วนที่เหลือให้แห้ง การปฏิบัติเช่นนี้ช่วยคงสภาพเม็ดปุ๋ยให้แห้งร่วน และง่ายต่อการหว่านลงแปลง

สรุป

การใช้แม่ปุ๋ยและปุ๋ยเดี่ยวเพื่อผสมใช้เองคือแนวทางการบริหารต้นทุนธาตุอาหารในแปลงปลูกที่ช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารตรงตามระยะพัฒนาการอย่างครบถ้วน การเลือกใช้แม่ปุ๋ย 4 สูตรหลัก ได้แก่ ยูเรีย (46-0-0) แอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) ไดแอมโมเนียมฟอสเฟต (18-46-0) และโพแทสเซียมคลอไรด์ (0-0-60) ร่วมกับการตรวจดิน และการจับคู่ผสมอย่างปลอดภัย มีส่วนช่วยให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากเนื้อปุ๋ยแท้ปราศจากสารตัวเติมในทุกรอบการเพาะปลูก

สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายปุ๋ย พาริช (PARICH) ติดต่อทางไหน ?

พาริช (PARICH) เปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจ ร้านค้าจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตร และสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศที่ต้องการส่งมอบปุ๋ยคุณภาพมาตรฐานถึงมือเกษตรกร

ผู้ที่สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายสามารถติดต่อสอบถามข้อมูล เงื่อนไขการค้า และรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่ บริษัท พาริช เฟอทิไลเซอร์ จำกัด หมายเลขโทรศัพท์ 02-319-3371-3 หรือติดต่อผ่าน LINE Official Account @parichmember ทีมงาน พาริช (PARICH) พร้อมให้คำปรึกษา และร่วมสร้างการเติบโตไปด้วยกันครับ

แหล่งอ้างอิงข้อมูลคู่ผสมแม่ปุ๋ย

สารบัญ
หาซื้อปุ๋ยพาริชใกล้บ้าน
อยากได้ปุ๋ยพาริชใกล้บ้าน
ค้นหาร้านตัวแทนจำหน่ายในจังหวัดของคุณ

บทความอื่นในคลังความรู้