คู่มือปั้นสวนปาล์มเงินล้าน “ทะลายดก ไม่ขาดคอ” ต้องปุ๋ยพาริช
ปุ๋ยพาริช คือ ทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับชาวสวนปาล์ม ที่ต้องการลดต้นทุนและเพิ่มน้ำหนักทะลายด้วยนวัตกรรมปุ๋ยเข้มข้นจากอเมริกา
อยากให้ปาล์มออกลูกดกตลอดปี ไม่มีช่วงขาดคอใช่ไหม? “ปุ๋ยพาริช” พร้อมเปลี่ยนสวนปาล์มของคุณให้เป็นเครื่องผลิตเงิน ด้วยธาตุอาหารที่ครบถ้วนและเทคโนโลยีที่ทำให้ปาล์มกินปุ๋ยได้นานกว่าเดิม
ปาล์มน้ำมันต้องการอาหารต่อเนื่อง ปุ๋ยทั่วไปอาจหมดไวทำให้ปาล์มชะงัก แต่ ปุ๋ยพาริช ปลดปล่อยธาตุอาหารสม่ำเสมอ ปาล์มจึงสมบูรณ์พร้อมออกลูกเสมอ
| ระยะ | สูตร | อัตรา |
|---|---|---|
| แรกปลูก – 1 ปี | เริ่มปลูกใช้ปุ๋ยอินทรีย์พาโกร รองก้นหลุม เพื่อให้ดินบริเวณนั้นร่วนซุยและอุ้มน้ำได้ดี หลังจากปลูกแล้วใส่ปุ๋ยพาริชต้นไม้ สูตร 20–3–3 หรือ 27–12–6 | ปุ๋ยอินทรีย์พาโกร: 1 กก./ต้น ปุ๋ยพาริชต้นไม้: 300–500 กรัม/ต้นใส่ทุกๆ 3 เดือน |
| 1 – 3 ปี | ใส่ปุ๋ยพาริช ต้นไม้ สูตร 27–12–6 สลับกับ สูตร 15–15–15 | 500–700 กรัม/ต้น ใส่ทุก ๆ 3 เดือน |
| 3 – 4 ปี | ใส่ปุ๋ยพาริชต้นไม้ สูตร 13–6–27 หรือ 13–5–33 | 1–2 กิโลกรัม/ต้น ใส่ทุก ๆ 3 เดือน |
| อายุ 4 ปีขึ้นไป | ใส่ปุ๋ยพาริชต้นไม้ สูตร 13–6–27 หรือ 13–5–33 | 2–3 กิโลกรัม/ต้น ใส่ทุก ๆ 3 เดือน |
“โบรอน” คือหัวใจของปาล์ม ปาล์มที่ลูกลีบ ผสมไม่ติด มักเกิดจากขาดโบรอน ปุ๋ยพาริชใส่โบรอนมาให้ครบแล้ว! ช่วยให้การผสมเกสรสมบูรณ์ ทะลายแน่น เมล็ดเต็ม ลดปัญหากระเทยและลูกลีบได้ชะงักครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ปุ๋ยพาริช ต้นไม้ สูตร 13-5-33+1MgO+0.3B ต่างจาก พาริช ต้นไม้ สูตร 14-7-35 อย่างไร?
Q: ปาล์มขาดคอ ควรใช้ปุ๋ยสูตรไหน และต้องเติมธาตุอาหารอะไรบ้างให้ปาล์มติดดอกออกทะลายเพิ่มขึ้น?
Q: ทางใบหักพับ เกิดจากปาล์มขาดหรือได้ธาตุอาหารตัวไหนมาก/น้อยเกินไป?
- ด้วงแรด เข้าทำลายใบ ซึ่งจะกัดทำลายที่ปลายใบ กลางใบ โคนใบ โดยเฉพาะ กลางใบ และโคนใบ ทำให้ใบหักพับ
- อาการขาดน้ำ โดยเฉพาะขาดถ้าขาดมากกว่า 3 เดือน จะแสดงอาการอย่างชัดเจน
- โรคกาโนเดอร์มา เกิดจากเชื้อราเข้าทำลายต้นปาล์มน้ำมัน ทำให้ใบด้านล่างหักพับลงมา ยอดใหม่ไม่ค่อยคลี่ และเป็นอยู่ตลอดทั้งปี
Q: ดินแต่ละประเภทที่ปลูกปาล์ม มีวีธีการใส่ปุ๋ยอย่างไรให้ได้ผลผลิตต่อเนื่อง?
- ดินทราย: ต้องแบ่งใส่ปุ๋ยบ่อยครั้งขึ้นในปริมาณน้อย เพื่อลดการชะล้าง
- ดินเหนียว: สามารถใส่ปุ๋ยในแต่ละครั้งในปริมาณมากได้
- ดินเปรี้ยว/พรุ: ควรมีการใส่ปูน (เช่น โดโลไมท์) เพื่อปรับ pH และควรใส่ปุ๋ยที่มี Mg และ K สูง
- หลักการสำคัญ: ต้องมีการใส่ แมกนีเซียม และ โบรอน อย่างสม่ำเสมอในทุกสภาพดิน