หมวดดินและปุ๋ย

ปุ๋ยไนโตรเจน มีกี่ชนิด ? เลือกใช้อย่างไรให้คุ้มค่า

ค่าปุ๋ยเคมีเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ของการเพาะปลูก โดยเฉพาะปุ๋ยไนโตรเจนที่เกษตรกรต้องใช้เป็นประจำในระยะเร่งการเจริญเติบโต ปัญหาที่พบเสมอ คือการสูญเสียปุ๋ยไปกับความร้อนและน้ำฝน ส่งผลให้พืชดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้ไม่เต็มที่

ปุ๋ยไนโตรเจน แอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0 พาริช ถุง 50 กิโลกรัม กับเม็ดปุ๋ยสีขาว 2 ชาม และฝักข้าวโพด
สารบัญ

พาริช สรุปให้

  • ปุ๋ยไนโตรเจน ทำหน้าที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางลำต้น กิ่งก้าน และใบ ธาตุอาหารชนิดนี้เป็นองค์ประกอบของสารคลอโรฟิลล์ที่พืชใช้สังเคราะห์แสง
  • แม่ปุ๋ยไนโตรเจนที่ใช้แพร่หลาย แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก เกษตรกรสามารถเลือกใช้รูปเอไมด์ในปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) รูปแอมโมเนียมในปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) และรูปไนเตรทในปุ๋ยแคลเซียมไนเตรท (15.5-0-0)
  • การใส่ปุ๋ยให้คุ้มค่าควรทำขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะและใช้วิธีฝังกลบร่วมด้วย ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีสารเคลือบควบคุมการสลายตัวเพื่อช่วยลดการสูญเสียไนโตรเจนสู่อากาศ และแหล่งน้ำ

ค่าปุ๋ยเคมีเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ของการเพาะปลูก โดยเฉพาะปุ๋ยไนโตรเจนที่เกษตรกรต้องใช้เป็นประจำในระยะเร่งการเจริญเติบโต ปัญหาที่พบเสมอ คือการสูญเสียปุ๋ยไปกับความร้อนและน้ำฝน ส่งผลให้พืชดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้ไม่เต็มที่

พาริช (PARICH) รวบรวมข้อมูลและแนวทางการจัดการแปลงปลูกเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างของแม่ปุ๋ยไนโตรเจนแต่ละสูตร ข้อมูลเหล่านี้มีส่วนช่วยในการเลือกใช้ปุ๋ยให้คุ้มค่ากับต้นทุนการเพาะปลูก

ปุ๋ยไนโตรเจน คืออะไร และปุ๋ยไนโตรเจนได้จากอะไร ?

ปุ๋ยไนโตรเจน คือสารบำรุงพืชที่ให้ธาตุไนโตรเจน (N) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มธาตุอาหารหลักที่พืชต้องการปริมาณสูงตลอดช่วงการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ รูปแบบของธาตุไนโตรเจนในดินที่รากพืชดูดซึมได้มีสองรูปคือรูปแอมโมเนียม (NH+4) และรูปไนเตรท (NO-3)

แหล่งที่มาของปุ๋ยไนโตรเจนมาจากการสังเคราะห์แอมโมเนีย โดยนำก๊าซไนโตรเจนในบรรยากาศมาทำปฏิกิริยากับก๊าซไฮโดรเจนภายใต้ความดันและความร้อนสูง จากนั้นจึงนำแอมโมเนียไปแปรรูปเป็นปุ๋ยยูเรีย หรือปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต ส่วนในระบบธรรมชาตินั้นธาตุไนโตรเจนได้มาจากการย่อยสลายของอินทรียวัตถุ และการตรึงไนโตรเจนของจุลินทรีย์ในดิน

พืชที่มีไนโตรเจนสูง นำมาทำปุ๋ยบำรุงดินได้ไหม ?

พืชที่มีไนโตรเจนสูงสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยพืชสดเพื่อปรับปรุงสภาพดิน พืชตระกูลถั่ว เช่น ปอเทือง โสนแอฟริกัน หรือถั่วพร้า จะมีแบคทีเรียไรโซเบียมที่ปมรากช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศมาสะสมไว้ในเนื้อเยื่อส่วนลำต้นและใบ

ช่วงที่นิยมไถกลบคือระยะที่ปอเทืองเริ่มออกดอก ซึ่งต้นยังอ่อนและย่อยสลายได้ง่าย การไถกลบช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุและไนโตรเจนให้ดิน

ปุ๋ยไนโตรเจน ประโยชน์ ต่อต้นพืชมีอะไรบ้าง ?

ประโยชน์ของปุ๋ยไนโตรเจนต่อต้นพืชคือการควบคุมกลไกสร้างเนื้อเยื่อใหม่ในระยะเจริญเติบโตทางลำต้นและใบ โดยมีหน้าที่หลัก 3 ด้าน

  • สร้างคลอโรฟิลล์ ธาตุไนโตรเจนเป็นโครงสร้างแกนกลางของเม็ดสีเขียวที่พืชใช้สังเคราะห์แสงเพื่อสร้างพลังงาน
  • พัฒนาโปรตีนและเอนไซม์ ไนโตรเจนทำหน้าที่เป็นสารตั้งต้นในการสร้างกรดอะมิโน ช่วยให้เซลล์พืชแบ่งตัวและขยายขนาดใบรวมถึงกิ่งก้านได้ต่อเนื่อง
  • เสริมโครงสร้างต้น ธาตุอาหารชนิดนี้มีส่วนช่วยให้ใบแผ่กว้างและลำต้นตั้งตรงแข็งแรง เพื่อเตรียมพร้อมสนับสนุนการออกดอกออกผล

การบริหารสัดส่วนปุ๋ยไนโตรเจนอย่างสมดุลมีส่วนช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช หากเกษตรกรใส่ในปริมาณที่พอดีพืชจะเจริญเติบโตแข็งแรง แต่หากใส่มากเกินไปอาจทำให้พืชเกิดอาการบ้าใบ ลำต้นอวบน้ำจนล้มง่าย และชะลอการสร้างตาดอก

ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง และปุ๋ยไนโตรเจน ได้แก่ ชนิดไหนบ้าง ?

ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูงนิยมใช้ในแปลงปลูกแบ่งออกเป็น 3 ชนิดหลัก คือปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต และปุ๋ยแคลเซียมไนเตรท ปุ๋ยแต่ละชนิดมีสัดส่วนเนื้อธาตุไนโตรเจน และพฤติกรรมการละลายตัวในดินที่แตกต่างกัน

ปุ๋ยไนโตรเจนประกอบด้วยกลุ่มที่ปลดปล่อยธาตุอาหารพร้อมใช้ในรูปไนเตรท กลุ่มที่ยึดเกาะกับเม็ดดินได้ทนทานในรูปแอมโมเนียม และกลุ่มที่ให้เนื้อธาตุเข้มข้นในรูปเอไมด์ การจัดกลุ่มตามพฤติกรรมของธาตุอาหารมีส่วนช่วยให้เกษตรกรเลือกใช้ปุ๋ยได้ตรงกับสภาพของแปลงปลูก

สูตรปุ๋ย ชื่อทางการค้า และชื่อทั่วไป ปริมาณไนโตรเจน (%) รูปแบบธาตุไนโตรเจน ปฏิกิริยาต่อสภาพดิน สภาพแปลง และพืชที่นำไปใช้
46-0-0 ปุ๋ยยูเรีย 46% N รูปเอไมด์ (NH2) ต้องเปลี่ยนรูปเป็นแอมโมเนียม เป็นกรดเล็กน้อยหลังเปลี่ยนรูป พืชไร่ พืชผัก นาข้าว ในระยะแตกกอและเร่งใบ
21-0-0 ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต (ปุ๋ยน้ำตาล) 21% N (+ S ประมาณ 23 ถึง 24%) รูปแอมโมเนียม (NH+4) มีฤทธิ์เป็นกรด ดินด่าง พืชที่ต้องการกำมะถัน เช่น หอม กระเทียม ปาล์มน้ำมัน
15.5-0-0 ปุ๋ยแคลเซียมไนเตรท 15.5% N และมีแคลเซียมด้วย รูปไนเตรท (NO−3) เป็นหลัก เป็นด่างอ่อน ผักไฮโดรโปนิกส์ ไม้ผล และแปลงที่ดินเป็นกรดจัด

แม่ปุ๋ยไนโตรเจนแต่ละสูตรมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่เหมาะสมกับพืช ปุ๋ยยูเรียให้ปริมาณเนื้อธาตุสูงสุดต่อหน่วยน้ำหนัก ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตเสริมธาตุกำมะถัน เพื่อช่วยสร้างกลิ่นและน้ำมันหอมระเหย ส่วนปุ๋ยแคลเซียมไนเตรทมีคุณสมบัติที่รากพืชดูดซึมได้ง่าย และมีส่วนช่วยเสริมความแข็งแรงของผนังเซลล์ เกษตรกรสามารถพิจารณาเลือกใช้ปุ๋ยตามความพร้อมของดินในแต่ละพื้นที่

วิธีใส่ ปุ๋ยไนโตรเจนสูง ให้ประหยัดต้นทุน และปุ๋ยไม่หายไปกับน้ำหรืออากาศ

วิธีใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงให้คุ้มค่า คือการควบคุมจังหวะ และวิธีใส่เพื่อลดการระเหยเป็นก๊าซและการชะล้าง เกษตรกรสามารถนำแนวทางเหล่านี้ไปปฏิบัติในแปลงปลูก

  • ตรวจความชื้นและพรวนดินฝังกลบ ควรใส่ปุ๋ยขณะดินมีความชื้นพอดี เมื่อหว่านแล้วให้พรวนดินกลบทันทีเพื่อลดการสัมผัสแสงแดดและความร้อน
  • แบ่งใส่ตามระยะสำคัญแทนการใส่ปริมาณมากในรอบเดียว ผู้ใช้งานควรแบ่งใส่เป็นหลายครั้งตามระยะสำคัญของพืชนั้น เช่น ระยะตั้งตัวและแตกกอ เพื่อให้รากพืชดูดซึมธาตุอาหารได้ต่อเนื่อง
  • หลีกเลี่ยงแดดจัดและก่อนฝนตกหนัก ควรงดหว่านปุ๋ยบนดินแห้งช่วงเที่ยงวัน และก่อนฝนตกหนักเพื่อป้องกันการระเหยและการถูกน้ำฝนชะล้างออกนอกแปลง

การปฏิบัติตามแนวทางนี้มีส่วนช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารตามความต้องการและลดโอกาสที่ปุ๋ยจะสูญเปล่า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับปุ๋ยไนโตรเจน

ปุ๋ยยูเรียแบบเคลือบสารชะลอ ต่างจากยูเรียทั่วไปอย่างไร ?

ยูเรียแบบเคลือบสารชะลอการทำงานของเอนไซม์ยูรีเอส ทำให้ยูเรียเปลี่ยนเป็นแอมโมเนียช้าลง ไนโตรเจนจึงระเหยสู่อากาศน้อยลง เหมาะกับการหว่านบนผิวดินที่กลบได้ยาก ตัวอย่างคือพาริช ไนโตร ที่เคลือบเม็ดยูเรียด้วยสาร NBPT จากสหรัฐอเมริกา ลดการระเหยของไนโตรเจนได้สูงสุด 40% และประหยัดปุ๋ยได้ 20%

ปุ๋ยไนโตรเจนแบบไหนที่ห้ามผสมกับปูนขาวก่อนหว่านลงดิน ?

ปุ๋ยที่ไม่ควรผสมกับปูนขาวคือปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) และปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) ซึ่งเปลี่ยนเป็นแอมโมเนียมในดิน เกษตรกรไม่ควรนำปุ๋ยเหล่านี้มาคลุกเคล้ากับปูนขาว ปูนโดโลไมต์ หรือขี้เถ้าที่มีความเป็นด่างจัดก่อนนำไปใช้งาน

ปฏิกิริยาเคมีระหว่างความเป็นด่างของปูนกับประจุแอมโมเนียมจะเร่งให้ไนโตรเจนเปลี่ยนสภาพกลายเป็นก๊าซแอมโมเนีย กระบวนการนี้ทำให้เกิดการสูญเสียธาตุอาหารไปในอากาศ หากแปลงปลูกต้องการปรับสภาพดินกรด ให้ใส่ปูนก่อน แล้วเว้นช่วงก่อนใส่ปุ๋ยไนโตรเจน ไม่ใส่พร้อมกัน

ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนไปกับระบบน้ำหรือพ่นทางใบ ต่างกับหว่านลงดินยังไง ?

ความแตกต่างของการให้ปุ๋ยไนโตรเจนแต่ละวิธี คือปริมาณธาตุอาหารที่พืชได้รับและความเหมาะสมกับสภาพแปลงปลูก การหว่านลงดินเน้นการป้อนธาตุอาหารปริมาณมากเพื่อสร้างโครงสร้างต้นพืช วิธีนี้ช่วยให้แปลงขนาดใหญ่สามารถทำงานได้สะดวกแต่ต้องพึ่งพาความชื้นในดิน และการฝังกลบเพื่อลดการระเหย

การให้ปุ๋ยผ่านระบบน้ำจะส่งธาตุอาหารตรงเข้าสู่บริเวณรากพืชพร้อมกับน้ำซึ่งช่วยให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้สม่ำเสมอ ส่วนการฉีดพ่นทางใบใช้ปุ๋ยปริมาณน้อย และพืชสามารถรับสารอาหารผ่านทางปากใบได้โดยตรง วิธีนี้มีความเหมาะสมกับการฟื้นฟูต้นพืชในภาวะฉุกเฉิน เช่น ช่วงรากแช่น้ำหรือกระทบแล้ง แต่ไม่สามารถทดแทนการให้ปุ๋ยทางดินเป็นหลักได้

สรุป

การเลือกใช้ปุ๋ยไนโตรเจนอย่างมีประสิทธิภาพเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจชนิดของแม่ปุ๋ย ทั้งปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต และปุ๋ยแคลเซียมไนเตรท ปุ๋ยแต่ละชนิดมีสัดส่วนธาตุอาหาร และพฤติกรรมในดินที่แตกต่างกัน

เกษตรกรสามารถควบคุมต้นทุนค่าปุ๋ยได้ด้วย การใส่ปุ๋ยในช่วงเวลาที่เหมาะสมและใช้วิธีฝังกลบเพื่อลดการสูญเสีย ช่วยรักษาธาตุอาหารให้อยู่ในดินได้นานขึ้น และช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารตามความต้องการ

สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายปุ๋ย พาริช (PARICH) ติดต่อทางไหน ?

พาริช (PARICH) เปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจ ร้านค้าจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตร และสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศที่ต้องการส่งมอบปุ๋ยคุณภาพมาตรฐานถึงมือเกษตรกร

ผู้ที่สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายสามารถติดต่อสอบถามข้อมูล เงื่อนไขการค้า และรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่ บริษัท พาริช เฟอทิไลเซอร์ จำกัด หมายเลขโทรศัพท์ 02-319-3371-3 หรือติดต่อผ่าน LINE Official Account @parichmember ทีมงานพร้อมให้คำแนะนำและร่วมสร้างการเติบโตไปด้วยกันครับ

สารบัญ
หาซื้อปุ๋ยพาริชใกล้บ้าน
อยากได้ปุ๋ยพาริชใกล้บ้าน
ค้นหาร้านตัวแทนจำหน่ายในจังหวัดของคุณ

บทความอื่นในคลังความรู้