Soil and Fertilizer

ปุ๋ยน้ำตาล (21-0-0) คืออะไร ? ใส่ตอนไหน ช่วยพืชอย่างไร

เกษตรกรหลายคนมักได้ยินชื่อปุ๋ยน้ำตาลในช่วงบำรุงแปลงปลูก จนเกิดข้อสงสัยว่าสิ่งนี้คือน้ำตาลทรายที่ใช้ประกอบอาหารหรือไม่ ความจริงแล้วปุ๋ยน้ำตาลคือปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) ไม่ใช่น้ำตาลทราย ปุ๋ยชนิดนี้มีหน้าที่ให้ธาตุไนโตรเจน และกำมะถันแก่พืชโดยตรง

ปุ๋ยน้ำตาล แอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0 พาริช ถุง 50 กิโลกรัม กับผลึกปุ๋ยในชามไม้ หอมแดงและกระเทียม
สารบัญ

พาริช สรุปให้

  • ปุ๋ยน้ำตาล คือปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) ไม่ใช่น้ำตาลทราย ปุ๋ยชนิดนี้ให้ธาตุไนโตรเจน 21% และกำมะถันประมาณ 23 ถึง 24%
  • ธาตุอาหารในปุ๋ยมีส่วนช่วยส่งเสริมการสร้างคลอโรฟิลล์ให้ใบพืชมีสีเขียวเข้ม พร้อมช่วยสร้างกรดอะมิโนและโปรตีนในเนื้อเยื่อพืช
  • ปุ๋ยสูตรนี้เหมาะกับพืชที่ต้องการกำมะถันสูง เช่น หอม กระเทียม กะหล่ำ และข้าวระยะแตกกอ รวมถึงแปลงปลูกที่มีสภาพดินด่าง
  • เกษตรกรควรใส่ปุ๋ยขณะดินมีความชื้น และพรวนดินกลบเพื่อลดการสูญเสียไนโตรเจน พร้อมทั้งตรวจวัดความเป็นกรดด่างของดินอย่างสม่ำเสมอ

เกษตรกรหลายคนมักได้ยินชื่อปุ๋ยน้ำตาลในช่วงบำรุงแปลงปลูก จนเกิดข้อสงสัยว่าสิ่งนี้คือน้ำตาลทรายที่ใช้ประกอบอาหารหรือไม่ ความจริงแล้วปุ๋ยน้ำตาลคือปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) ไม่ใช่น้ำตาลทราย ปุ๋ยชนิดนี้มีหน้าที่ให้ธาตุไนโตรเจน และกำมะถันแก่พืชโดยตรง

พาริช (PARICH) รวบรวมข้อมูลเชิงวิชาการเกษตรที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยอธิบายว่าปุ๋ยสูตรนี้เหมาะกับพืชระยะไหน และดินแบบไหน พร้อมแนะนำวิธีใส่ปุ๋ยให้คุ้มค่ากับต้นทุนมากที่สุด

ปุ๋ยน้ำตาล คืออะไร ? ทำไมถึงเรียกชื่อนี้

ปุ๋ยน้ำตาล คือชื่อเรียกตามลักษณะภายนอกของเม็ดปุ๋ยที่เป็นผลึกเกล็ดสีขาวขุ่นจนถึงสีน้ำตาลอ่อนคล้ายน้ำตาลทรายแดง เอกสารวิชาการสากลเรียกปุ๋ยชนิดนี้ว่า ammonium sulfate หรือ ammonium sulphate ซึ่งเป็นเกลืออนินทรีย์สำหรับงานเกษตรกรรม แอมโมเนียมซัลเฟต คือเกลือแอมโมเนียมซัลเฟต (ammonium sulfate) ที่ใช้เป็นปุ๋ย

แอมโมเนียมซัลเฟต (Ammonium Sulfate) คืออะไร มีธาตุอาหารอะไรบ้าง

ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต ประกอบด้วยธาตุอาหารหลักและธาตุอาหารรองที่ละลายน้ำได้ทั้งหมด ปุ๋ยชนิดนี้จัดเป็นแม่ปุ๋ยเดี่ยวที่มีสูตรเคมี (NH4)2SO4 ตลาดการค้าสากลรู้จักกันในชื่อ ammonium sulfate fertilizer โดยมีส่วนประกอบดังนี้

  • ไนโตรเจน 21% อยู่ในรูปแอมโมเนียมไอออนที่รากพืชสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้
  • กำมะถัน ประมาณ 23 ถึง 24% อยู่ในรูปซัลเฟตไอออน มีส่วนช่วยเสริมกระบวนการสร้างโปรตีนในเนื้อเยื่อพืช

แอมโมเนียมซัลเฟตมีคุณสมบัติยึดเกาะกับเม็ดดินได้ดีกว่าปุ๋ยไนเตรท ลักษณะนี้ช่วยให้ธาตุอาหารคงอยู่ในเขตรากพืชได้นานขึ้น

ประโยชน์ของปุ๋ยน้ำตาลต่อต้นพืช

ประโยชน์ของปุ๋ยน้ำตาลเกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างธาตุไนโตรเจน และกำมะถันเพื่อบำรุงพืช ไนโตรเจนเป็นโครงสร้างหลักในการสร้างความเขียวและลำต้น ส่วนกำมะถันช่วยเสริมการสังเคราะห์แสง และการทำงานของเอนไซม์ภายในเซลล์พืช

หน้าที่ของไนโตรเจนในการสร้างใบเขียว

ไนโตรเจนในรูปแอมโมเนียมมีหน้าที่สังเคราะห์คลอโรฟิลล์ซึ่งเป็นสารสีเขียวสำหรับดักจับพลังงานแสงอาทิตย์ พืชที่ได้รับไนโตรเจนเพียงพอจะมีใบสีเขียวเข้ม แผ่นใบแผ่กว้าง และสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างอาหารได้ดี

ไนโตรเจนยังมีส่วนช่วยส่งเสริมการแบ่งเซลล์ในระยะการเจริญเติบโตทางลำต้น ส่งผลให้ต้นพืชแตกกิ่งก้านแข็งแรงและเหมาะสำหรับการบำรุงในระยะแรกของการเพาะปลูก

หน้าที่ของกำมะถันในการช่วยพืชสร้างเนื้อเยื่อ

กำมะถันทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบของกรดอะมิโนจำเป็นอย่างซิสเตอีน และเมไทโอนีนเพื่อสร้างโปรตีนและเนื้อเยื่อพืช หากพืชขาดกำมะถันกระบวนการสร้างโปรตีนจะหยุดชะงักแม้สภาพดินจะมีไนโตรเจนสูง

กำมะถันยังมีส่วนช่วยสังเคราะห์น้ำมันหอมระเหยและสารอินทรีย์ที่ให้กลิ่นเฉพาะตัวในพืชเศรษฐกิจบางชนิด ช่วยให้เนื้อเยื่อพืชมีความหนาแน่น และทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้มากขึ้น

พืชแบบไหนและดินแบบไหนที่เหมาะกับปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต

ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตเหมาะกับกลุ่มพืชที่ต้องการกำมะถันสูง และแปลงปลูกที่มีสภาพดินด่าง การเลือกใช้ปุ๋ยชนิดนี้จำเป็นต้องพิจารณาความต้องการของพืชควบคู่กับคุณสมบัติของดิน แอมโมเนียมซัลเฟตเป็นแหล่งไนโตรเจนที่มีลักษณะเฉพาะตัวทั้งในด้านการตอบสนองต่อเนื้อเยื่อพืช และผลกระทบต่อปฏิกิริยาดิน

พืชที่กินทั้งไนโตรเจนและกำมะถันเยอะ

พืชที่ตอบสนองต่อปุ๋ยสูตรนี้ได้ดี คือกลุ่มพืชผักที่มีกลิ่นฉุนและกลุ่มพืชไร่ที่ต้องการธาตุอาหารไปสร้างลำต้น พืชเหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักตามลักษณะการนำธาตุอาหารไปใช้ประโยชน์

  • กลุ่มพืชผักและพืชกลิ่นฉุน เช่น หอม กระเทียม กะหล่ำปลี คะน้า และผักกาดขาว พืชกลุ่มนี้จำเป็นต้องใช้กำมะถันควบคู่กับไนโตรเจนเพื่อสร้างรสชาติ กลิ่นเฉพาะตัว และช่วยให้กาบใบมีความแน่น
  • กลุ่มพืชไร่และไม้ยืนต้น เช่น ข้าวในระยะแตกกอ อ้อย ข้าวโพด ยางพารา และปาล์มน้ำมัน พืชกลุ่มนี้ต้องการไนโตรเจนเพื่อสร้างโครงสร้างลำต้นควบคู่กับการใช้กำมะถันเพื่อช่วยสังเคราะห์ผลผลิตและน้ำมัน

ดินแบบไหนที่ใส่แล้วพืชกินปุ๋ยได้ดี

ดินที่เหมาะกับการใช้ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต คือดินที่มีความเป็นด่าง ดินที่มีค่า pH สูงกว่า 7.0 ขึ้นไป และดินเนื้อปานกลางที่ขาดแคลนกำมะถันสะสม ปุ๋ยสูตรนี้จะช่วยปรับสมดุลสภาพแวดล้อมรอบเขตราก ส่งเสริมให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้ดีขึ้น

กรณีแปลงปลูกเป็นดินทรายจัดที่มีการชะล้างสูง ธาตุอาหารมีโอกาสถูกชะล้างลงสู่ชั้นดินลึกได้ง่าย เกษตรกรควรแบ่งใส่ปุ๋ยทีละน้อยเพื่อป้องกันการสูญเสียธาตุอาหาร

วิธีใส่ปุ๋ยน้ำตาล ให้คุ้มค่า ไม่เปลืองเงิน

วิธีใส่ปุ๋ยน้ำตาลให้คุ้มค่า คือการจัดการให้เม็ดปุ๋ยละลายเข้าสู่เขตรากพืชได้เต็มที่เพื่อลดการสูญเสียไนโตรเจน การจัดการที่เหมาะสมจะช่วยควบคุมต้นทุนต่อไร่ และลดการสิ้นเปลืองงบประมาณซื้อปุ๋ยเพิ่มเติม

เมื่อเปรียบเทียบกับปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) ปุ๋ยน้ำตาลให้ไนโตรเจน 21% และกำมะถันประมาณ 23 ถึง 24% โดยมีอัตราการสูญเสียทางอากาศน้อยกว่าในสภาพดินทั่วไป เกษตรกรสามารถศึกษาตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของปุ๋ยไนโตรเจนแต่ละชนิดเพิ่มเติมได้จากบทความปุ๋ยไนโตรเจน

ใส่ตอนไหนและใส่เท่าไรตามอายุพืช

ปริมาณและช่วงเวลาการใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตจะแตกต่างกันไปตามชนิดและระยะการเจริญเติบโตของพืช

ชนิดพืช ระยะการเจริญเติบโตที่ควรใส่ อัตราที่ใช้
นาข้าว ระยะแตกกอ ตามคำแนะนำจากผลการวิเคราะห์ดินหรือคำแนะนำของหน่วยงานสำหรับพืชนั้น
พืชผักกินใบ หลังย้ายกล้าตั้งตัวแล้ว ตามคำแนะนำจากผลการวิเคราะห์ดินหรือคำแนะนำของหน่วยงานสำหรับพืชนั้น
ไม้ผลและไม้ยืนต้น ระยะฟื้นต้นหลังตัดแต่งกิ่ง ตามคำแนะนำจากผลการวิเคราะห์ดินหรือคำแนะนำของหน่วยงานสำหรับพืชนั้น

อัตราที่เหมาะสมขึ้นกับความอุดมสมบูรณ์ของดินและขนาดทรงพุ่มของพืช

รดน้ำ และกลบดินยังไงไม่ให้ปุ๋ยหายไปเฉย ๆ

วิธีป้องกันการสูญเสียปุ๋ย คือการใส่ปุ๋ยลงบนดินที่มีความชื้นพร้อมพรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยทันที การหว่านปุ๋ยทิ้งไว้บนหน้าดินที่แห้งหรือมีแดดจัดจะทำให้ไนโตรเจนบางส่วนทำปฏิกิริยากลายเป็นก๊าซระเหยไปในอากาศ

หลังจากการใส่ และกลบดินเสร็จสิ้นควรรดน้ำตามในปริมาณที่พอเหมาะ การรดน้ำจะช่วยให้เม็ดปุ๋ยละลายแทรกซึมลงสู่ชั้นดินในเขตราก ยังต้องระวังไม่ให้น้ำท่วมขังจนปุ๋ยไหลล้นออกจากแปลงปลูก

ข้อควรระวังเรื่องดินเป็นกรดเมื่อใช้ แอมโมเนียมซัลเฟต ต่อเนื่อง

การใช้ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตติดต่อกันเป็นเวลานานส่งผลให้ดินมีสภาพเป็นกรดเพิ่มขึ้น สาเหตุเกิดจากกระบวนการทางชีวภาพของจุลินทรีย์ในดินที่เปลี่ยนแอมโมเนียมเป็นไนเตรทจะปลดปล่อยไฮโดรเจนไอออนออกมาสะสมในดิน

หากผลการวิเคราะห์ดินบอกว่าดินเป็นกรด การใส่ปุ๋ยสูตรนี้ต่อเนื่องโดยไม่ปรับปรุงดินจะทำให้รากพืชดูดซึมธาตุอาหารได้ยาก เกษตรกรจึงควรจัดการดินตามแนวทางที่เหมาะสมเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว

  • ตรวจวัดค่าความเป็นกรดด่างโดยตรวจสอบค่า pH ของดินอย่างสม่ำเสมอในทุกรอบการเพาะปลูก
  • ใส่วัสดุปูน เช่น โดโลไมท์ ปูนมาร์ล หรือปูนขาว ตามอัตราที่คำแนะนำจากผลการวิเคราะห์ดินกำหนด
  • ใส่ปูนก่อน แล้วเว้นช่วงก่อนใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต ไม่ใส่พร้อมกัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับปุ๋ยน้ำตาล

พืชใบเหลืองเพราะขาดไนโตรเจนหรือขาดกำมะถัน ดูกลางใบหรือยอดอ่อน ?

การตรวจสอบอาการใบเหลืองต้องสังเกตเปรียบเทียบระหว่างตำแหน่งใบล่างกับยอดอ่อน หากพืชขาดไนโตรเจนอาการใบเหลืองจะเริ่มปรากฏที่ใบล่างหรือใบแก่ก่อน ไนโตรเจนเป็นธาตุที่เคลื่อนย้ายภายในต้นพืชได้ง่ายพืชจึงดึงธาตุอาหารจากใบแก่ขึ้นไปเลี้ยงยอดใหม่

กรณีพืชขาดกำมะถันอาการใบเหลืองซีดจะเริ่มเกิดขึ้นที่ยอดอ่อนหรือใบส่วนบนก่อน กำมะถันเป็นธาตุที่เคลื่อนย้ายได้ยากพืชจึงไม่สามารถดึงธาตุอาหารจากใบล่างขึ้นมาได้ การสังเกตตำแหน่งใบช่วยให้เกษตรกรเลือกใส่ปุ๋ยได้ตรงกับปัญหา แต่อาการใบเหลืองเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่นดินแฉะ รากเสียหาย หรือโรค ถ้าไม่แน่ใจให้ตรวจดินหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่เกษตรก่อนเพิ่มปุ๋ย

ปุ๋ยน้ำตาลเอาไปผสมน้ำฉีดใบได้ไหม ?

ปุ๋ยน้ำตาลสามารถละลายน้ำได้แต่ไม่แนะนำให้เน้นการฉีดพ่นทางใบ ปุ๋ยสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อให้พืชดูดซึมผ่านระบบรากทางดินเป็นหลัก

การนำปุ๋ยไปละลายน้ำฉีดพ่นในอัตราส่วนที่เข้มข้นเกินไปอาจทำให้เกิดอาการใบไหม้จากเกลือแร่ตกค้างบนผิวใบ หากต้องการให้ปุ๋ยทางใบควรเลือกใช้ปุ๋ยที่ทำมาสำหรับฉีดพ่นทางใบ และใช้ตามอัตราบนฉลาก

ผสมปุ๋ยน้ำตาลกับปุ๋ยตัวอื่นไว้ใช้เองได้ไหม ?

เกษตรกรสามารถนำปุ๋ยน้ำตาลไปผสมกับแม่ปุ๋ยชนิดอื่นเพื่อปรับสูตรธาตุอาหารให้เหมาะกับความต้องการของพืช การผสมสามารถทำร่วมกับแม่ปุ๋ยฟอสเฟตหรือโพแทสเซียมคลอไรด์ (0-0-60) ได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องระวัง 1 เรื่อง

ข้อควรระวังสำคัญคือห้ามผสมปุ๋ยน้ำตาลกับปุ๋ยหรือสารปรับปรุงดินที่มีฤทธิ์เป็นด่างแก่ เช่น ปูนขาวหรือขี้เถ้า แล้วเก็บทิ้งไว้นาน สารด่างจะทำปฏิกิริยากับแอมโมเนียม ส่งผลให้เกิดการสูญเสียไนโตรเจนในรูปก๊าซแอมโมเนียระเหยไปในอากาศ

Summary

ปุ๋ยน้ำตาลเป็นแม่ปุ๋ยที่ให้ไนโตรเจน 21% และกำมะถันประมาณ 23 ถึง 24% มีส่วนช่วยบำรุงต้นและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อพืช การนำปุ๋ยชนิดนี้ไปใช้ให้เกิดความคุ้มค่าควรพิจารณาชนิดพืชควบคู่กับสภาพความเป็นกรดด่างของดินในแปลงปลูก

เกษตรกรสามารถเริ่มต้นด้วยการตรวจวิเคราะห์ดินเพื่อวางแผนใส่ปุ๋ยในปริมาณที่เหมาะสม พาริช (PARICH) ตั้งใจนำเสนอแม่ปุ๋ยที่ได้มาตรฐานเพื่อเคียงข้างเกษตรกรไทยในทุกฤดูกาลเพาะปลูก

สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายปุ๋ย พาริช ติดต่อทางไหน ?

พาริช (PARICH) เปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจ ร้านค้าจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตร และสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศที่ต้องการส่งมอบปุ๋ยคุณภาพมาตรฐานถึงมือเกษตรกร

ผู้ที่สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายสามารถติดต่อสอบถามข้อมูล เงื่อนไขการค้า และรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่ บริษัท พาริช เฟอทิไลเซอร์ จำกัด หมายเลขโทรศัพท์ 02-319-3371-3 หรือติดต่อผ่าน LINE Official Account @parichmember ทีมงาน พาริช (PARICH) พร้อมให้คำปรึกษา และร่วมสร้างการเติบโตไปด้วยกันครับ

สารบัญ
หาซื้อปุ๋ยพาริชใกล้บ้าน
อยากได้ปุ๋ยพาริชใกล้บ้าน
ค้นหาร้านตัวแทนจำหน่ายในจังหวัดของคุณ

บทความอื่นในคลังความรู้