พาริช สรุปให้
- ปุ๋ยยูเรีย แม่ปุ๋ยเคมีไนโตรเจนเข้มข้นสูตร (46-0-0) คือแหล่งอาหารหลักของพืช สารอาหารชนิดนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตทางลำต้น กิ่งก้าน และใบ
- การละลายและการดูดซึม กระบวนการดูดซึมปุ๋ยยูเรียเกิดขึ้นเมื่อเม็ดปุ๋ยละลายน้ำ และถูกเอนไซม์ยูรีเอสในดินเปลี่ยนรูปเป็นสารอาหารให้รากพืชดูดซึมนำไปใช้ เกษตรกรสามารถนำปุ๋ยชนิดนี้มาละลายน้ำในอัตราส่วนเจือจางเพื่อทำปุ๋ยน้ำฉีดพ่นทางใบได้เช่นกัน
- เทคนิคการใส่ลดการสูญเสีย วิธีลดการสูญเสียปุ๋ยยูเรียทำได้โดยการหว่านตามแนวรัศมีทรงพุ่มแล้วคราดกลบดินพร้อมรดน้ำตามทันที วิธีการนี้ช่วยป้องกันการระเหยกลายเป็นก๊าซแอมโมเนีย และสูญเสียไปกับความร้อนจากแสงแดด
- พาริชมีนวัตกรรมพาริช ไนโตรสำหรับยูเรีย เคลือบเม็ดยูเรียด้วยสาร NBPT จากสหรัฐอเมริกา ลดการระเหยของไนโตรเจนได้สูงสุด 40% และประหยัดปุ๋ยได้ 20%
ปุ๋ยยูเรีย คือปุ๋ยเคมีสังเคราะห์ที่ให้ธาตุอาหารไนโตรเจนความเข้มข้นสูงสำหรับบำรุงพืชในแปลงเกษตร สารชนิดนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับค่ายูเรียในกระแสเลือดหรือผลการตรวจไตทางการแพทย์ การทำความเข้าใจคุณสมบัติ และวิธีการใช้งานที่ถูกต้องจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช และช่วยบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับเกษตรกรที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการหว่าน และลดการสูญเสีย พาริช (PARICH) ได้รวบรวมข้อมูลสัดส่วนธาตุอาหารและเทคนิคการให้ปุ๋ยทั้งทางดิน และทางใบ ข้อมูลเหล่านี้รวมถึงวิธีการป้องกันการระเหยเพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ในแปลงปลูกจริงได้อย่างถูกต้อง
ปุ๋ยยูเรีย คืออะไร สารยูเรียช่วยต้นไม้อย่างไร ?
ปุ๋ยยูเรีย คือแม่ปุ๋ยไนโตรเจนเชิงเดี่ยวที่มีการนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายในภาคการเกษตร สารสังเคราะห์ชนิดนี้หรือคาร์บาไมด์มีสูตรเคมี CO(NH2)2 ทำหน้าที่เป็นแหล่งอาหารหลักในกระบวนการทางชีวเคมีของพืช สารยูเรียมีส่วนช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของโครงสร้างต้น และเป็นจุดตั้งต้นในการสังเคราะห์สารอินทรีย์ภายในเซลล์
ยูเรีย ทำหน้าที่อะไร และปุ๋ยยูเรียช่วยอะไร
ยูเรียทำหน้าที่เป็นแหล่งไนโตรเจนที่พืชใช้สร้างโปรตีน คลอโรฟิลล์ และเนื้อเยื่อของลำต้นกับใบ ประโยชน์ของปุ๋ยยูเรียต่อพืชมี 3 ด้าน ดังนี้
- เสริมสร้างโปรตีน และกรดอะมิโนซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการแบ่งเซลล์พืช
- ส่งเสริมการสร้างคลอโรฟิลล์เพื่อให้ใบพืชมีสีเขียวสม่ำเสมอ และปรุงอาหารได้อย่างเต็มศักยภาพ
- ช่วยขยายโครงสร้างยอด และกิ่งก้านพร้อมส่งเสริมการยืดตัวของลำต้นให้มีความสมดุล
ต้นไม้แบบไหนที่ชอบปุ๋ยไนโตรเจน
เกษตรกรสามารถจำแนกพืชที่ต้องการธาตุอาหารชนิดนี้ออกเป็นกลุ่มหลักดังนี้
- พืชผักกินใบ เช่น ผักกาด คะน้า กะหล่ำปลี และผักสลัด ที่ต้องการความกรอบและใบเขียวสมบูรณ์
- พืชไร่เศรษฐกิจ เช่น ข้าวระยะแตกกอ อ้อยระยะแตกกอ และข้าวโพดช่วงสร้างลำต้น
- ไม้ผลระยะฟื้นต้น เช่น ทุเรียน ส้ม และมะม่วง หลังการตัดแต่งกิ่งเพื่อกระตุ้นการแตกใบชุดใหม่
การให้ปุ๋ยในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของพืชแต่ละชนิดมีส่วนช่วยให้เกษตรกรบริหารจัดการและประหยัดต้นทุนปุ๋ยต่อไร่ได้
หน้าตาและสูตรปุ๋ยยูเรีย ที่ชาวสวนใช้กัน
ปุ๋ยยูเรียที่วางจำหน่ายในท้องตลาดมีสูตรมาตรฐานระบุตัวเลข (46-0-0) เพื่อบ่งบอกความเข้มข้นของเนื้อธาตุไนโตรเจน 46% เสมอ เกษตรกรนิยมเลือกใช้ปุ๋ยชนิดนี้ 2 รูปแบบตามลักษณะการทำงาน
- ยูเรียเม็ดเล็ก (Prilled) เม็ดเล็กและแข็งน้อยกว่า
- ยูเรียเม็ดใหญ่ (Granular) เม็ดโตและแข็งกว่า เหมาะกับการผสมเป็นปุ๋ยผสมแบบคลุกเคล้า
ปุ๋ยเม็ดหว่านดิน สูตรยูเรีย ละลายน้ำยังไง
ปุ๋ยเม็ดหว่านดินสูตรยูเรียมีกระบวนการละลายน้ำผ่าน 2 ขั้นตอนเมื่อสัมผัสกับความชื้นในดิน
- ขั้นที่ 1 การละลายตัวทางกายภาพ เม็ดปุ๋ยจะดูดซับน้ำในดินก่อนละลายตัวเป็นสารละลายยูเรีย
- ขั้นที่ 2 การเปลี่ยนรูปทางเคมี เอนไซม์ยูรีเอสในดินเปลี่ยนยูเรียเป็นแอมโมเนียม แล้วจุลินทรีย์ในดินเปลี่ยนแอมโมเนียมต่อเป็นไนเตรต เพื่อให้รากพืชดูดซึมนำไปใช้
ในทางเคมีเกษตรสากล ปุ๋ยยูเรีย (urea fertilizer) ที่ละลายสมบูรณ์จะไม่ทิ้งกากตะกอนหลงเหลือไว้ในดิน
การฉีดพ่นทางใบด้วยปุ๋ยยูเรียน้ำ และยูเรียน้ำ
ยูเรียน้ำ หรือปุ๋ยยูเรียน้ำ คือการนำยูเรียมาละลายน้ำแล้วฉีดพ่นทางใบ ใช้ในช่วงที่รากดูดธาตุอาหารจากดินได้ไม่ดี ความเข้มข้นที่สูงเกินไปทำให้ใบไหม้ จึงต้องใช้ตามคำแนะนำบนฉลากหรือของเจ้าหน้าที่เกษตร และเลือกยูเรียที่มีไบยูเร็ตต่ำ
ดูยังไงว่าถึงเวลาต้องใส่ ปุ๋ยยูเรีย ?
การพิจารณาเวลาที่เหมาะสมในการใส่ปุ๋ยยูเรียสามารถประเมินได้จากสภาพความสมบูรณ์ของพืช และอายุของแปลงปลูก การให้ปุ๋ยถูกจังหวะเวลาจะช่วยป้องกันภาวะขาดแคลนธาตุอาหาร และลดปัญหาการใส่ปุ๋ยเกินความจำเป็น
วิธีดูอาการต้นไม้ขาดปุ๋ย
วิธีสังเกตอาการขาดธาตุไนโตรเจนของพืชสามารถดูได้จากสีของใบ และการเติบโตของลำต้นเป็นหลัก ธาตุอาหารชนิดนี้เคลื่อนย้ายได้ง่ายภายในต้นพืชจึงแสดงอาการให้เห็นตามส่วนต่าง ๆ ดังนี้
- ใบแก่ด้านล่างเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีดจากปลายใบตามเส้นกลางใบ ในขณะที่ยอดบนยังคงมีสีเขียวจาง
- ลำต้นแคระแกร็น กิ่งก้านลีบเล็ก และการแตกยอดชะงัก
- ขนาดใบเล็กลง และใบแก่ร่วงหล่นก่อนกำหนด
หากพบสัญญาณเหล่านี้ในแปลงปลูกแสดงว่าพืชกำลังต้องการการเติมธาตุไนโตรเจนเพื่อมีส่วนช่วยฟื้นฟูสภาพต้น อาการใบเหลืองเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่นดินแฉะหรือโรคราก ถ้าไม่แน่ใจให้ตรวจดินหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่เกษตรก่อนเพิ่มปุ๋ย
ช่วงอายุไหนของพืชที่ควรใส่ปุ๋ย
ช่วงอายุที่พืชต้องการไนโตรเจนความเข้มข้นสูง คือระยะสร้างลำต้นและระยะแตกใบใหม่ เกษตรกรสามารถวางแผนการใส่ปุ๋ยตามช่วงเวลาของพืชแต่ละชนิดได้ดังนี้
| ชนิดพืช | ช่วงอายุและระยะที่แนะนำ | วัตถุประสงค์ในการใส่ปุ๋ย |
|---|---|---|
| นาข้าว | ระยะแตกกอ และระยะกำเนิดช่อดอก ตามคำแนะนำของกรมการข้าวสำหรับพันธุ์นั้น | เสริมการแตกกอ และมีส่วนช่วยเพิ่มผลผลิต |
| ข้าวโพด | ช่วงใส่ปุ๋ยแต่งหน้าครั้งแรกหลังงอก | เร่งความสมบูรณ์ของลำต้น และทรงพุ่ม |
| ไม้ผล | ระยะฟื้นต้น (หลังการเก็บเกี่ยวและตัดแต่งกิ่ง) | กระตุ้นการแตกใบอ่อนชุดใหม่สะสมอาหาร |
ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนเดี่ยวช่วงพืชสะสมอาหารเพื่อออกดอก เพราะจะกระตุ้นให้พืชแตกใบอ่อนแทนการติดตาดอก
วิธีหว่านปุ๋ยยูเรีย ไม่ให้ปุ๋ยระเหยหายไปกับแดด
วิธีป้องกันการระเหยของปุ๋ยยูเรียสามารถทำได้โดยการปรับการใส่ปุ๋ยลงดินเพื่อรักษาเนื้อธาตุอาหารไว้ ปัญหาหลักของการใช้ปุ๋ยชนิดนี้ คือการสูญเสียธาตุไนโตรเจนในรูปก๊าซแอมโมเนียระเหยสู่ชั้นบรรยากาศ การปรับเปลี่ยนวิธีการหว่านให้ถูกต้องจะช่วยรักษาเนื้อธาตุอาหารให้คงอยู่ในแปลงปลูกได้อย่างคุ้มค่า
วิธีกลบดินและรดน้ำไม่ให้ปุ๋ยเสียเปล่า
วิธีกลบดิน และรดน้ำเพื่อป้องกันการสูญเสียปุ๋ยควรเริ่มจากการหว่านตามแนวรัศมีทรงพุ่มแล้วคราดกลบดินพร้อมรดน้ำตามทันที การทดลองของกรมวิชาการเกษตรในดิน 8 ชุดดินของไทยพบว่า ยูเรียที่ไม่กลบสูญเสียไนโตรเจนเป็นก๊าซแอมโมเนียประมาณ 19 ถึง 22% ของไนโตรเจนที่ใส่ และอุณหภูมิสูงทำให้สูญเสียมากขึ้น การใส่ปุ๋ยอย่างถูกวิธีควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
- หว่านหรือหยอดปุ๋ยตามแนวรัศมีทรงพุ่ม และหลีกเลี่ยงการโรยชิดโคนต้น
- คราดกลบดินทันทีเพื่อป้องกันแสงแดด และความร้อน
- รดน้ำตามพอชุ่มเพื่อให้ดินมีความชื้นพอเหมาะและช่วยดูดซับก๊าซแอมโมเนียไว้ให้รากพืชดูดซึมนำไปใช้
เทคโนโลยีคุมปุ๋ยระเหยของ พาริช ไนโตร
เทคโนโลยีคุมปุ๋ยระเหยของ Parich Nitroคือนวัตกรรมการเคลือบเม็ดยูเรียด้วยสาร NBPT จากสหรัฐอเมริกาเพื่อชะลอการทำงานของเอนไซม์ยูรีเอสในดิน นวัตกรรมนี้เหมาะกับการหว่านยูเรียบนผิวดินที่กลบไม่ได้
สารเคลือบชนิดนี้ช่วยลดการระเหยของไนโตรเจนได้สูงสุด 40% และมีส่วนช่วยให้ประหยัดปุ๋ยลงได้ 20% เทคโนโลยีดังกล่าวอ้างอิงงานวิจัยกว่า 1,300 เรื่อง และใช้ใน 70 ประเทศ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับปุ๋ยยูเรีย
ใส่ปุ๋ยยูเรียพร้อมปูนขาว ดินจะพังไหม ?
การใส่ปุ๋ยยูเรียพร้อมปูนขาวไม่ได้ทำให้โครงสร้างดินพังโดยตรง แต่ทำให้ไนโตรเจนจากยูเรียระเหยเป็นก๊าซแอมโมเนียได้มากขึ้น เพราะปูนทำให้ดินรอบเม็ดปุ๋ยเป็นด่าง
ถ้าต้องปรับปรุงดินกรด ให้ใส่ปูนก่อน แล้วเว้นช่วงก่อนใส่ยูเรีย ไม่ใส่พร้อมกัน เกษตรกรควรรดน้ำให้ปูนทำปฏิกิริยากับดินจนเสร็จสิ้นก่อนเริ่มใส่ปุ๋ยยูเรียบำรุงพืชตามรอบปกติ
ใส่ปุ๋ยยูเรียมากไป ต้นไม้จะเฉาไหม ?
การใส่ปุ๋ยยูเรียในปริมาณมากเกินความต้องการจะทำให้ต้นไม้เกิดอาการเฉา และใบไหม้ได้ อาการดังกล่าวเกิดจากความเข้มข้นของสารละลายปุ๋ยในดินที่สูงเกินไปจนก่อให้เกิดภาวะดึงน้ำออกจากเซลล์รากพืช
ปริมาณไนโตรเจนส่วนเกินยังทำให้พืชมีอาการบ้าใบ ลำต้นอวบน้ำ เปลือกบาง กิ่งเปราะหักง่าย และทนทานต่อแรงลมได้น้อยลง ลักษณะใบที่อวบน้ำยังทำให้แมลงศัตรูพืชเข้าทำลายได้ง่ายขึ้น เกษตรกรจึงควรแบ่งใส่ปุ๋ยในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้งตามระยะการเจริญเติบโตของพืช
หว่านปุ๋ยยูเรียบ่อย ๆ ทำให้ดินเปรี้ยวจริงไหม ?
จริง ถ้าใช้ต่อเนื่องหลายปี ยูเรียตอนเพิ่งใส่มีคุณสมบัติเป็นกลาง แต่เมื่อผ่านกระบวนการไนทริฟิเคชันจากจุลินทรีย์ในดิน จะปล่อยไฮโดรเจนไอออนออกมา ทำให้ค่า pH ของดินลดลง
เกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยยูเรียเป็นประจำควรตรวจวัดสภาพดินทุกปีพร้อมเสริมด้วยปุ๋ยอินทรีย์หรือวัสดุปรับปรุงดิน การบำรุงดินในลักษณะนี้จะช่วยรักษาสมดุลธาตุอาหารในระยะยาว
Summary
ปุ๋ยยูเรีย สูตร (46-0-0) คือแม่ปุ๋ยไนโตรเจนเข้มข้นที่มีส่วนช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของลำต้น กิ่งก้าน และใบ การใส่ปุ๋ยให้ได้ประโยชน์คุ้มค่าต่อต้นทุนควรพิจารณาใส่ให้ตรงกับระยะความต้องการของพืช เกษตรกรควรคราดกลบดินพร้อมรดน้ำตามทันทีเพื่อป้องกันการระเหยสูญเสียไปกับแดด และหลีกเลี่ยงการใส่ร่วมกับปูนขาว
พาริชมีแม่ปุ๋ยยูเรียแบบเม็ดปุ๋ยล้วนไม่ผสมฟิลเลอร์ และมีนวัตกรรมพาริช ไนโตรที่ลดการระเหยของไนโตรเจนได้สูงสุด 40% สำหรับแปลงที่กลบปุ๋ยได้ยาก
สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายปุ๋ย พาริช (PARICH) ติดต่อทางไหน ?
พาริช (PARICH) เปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจ ร้านค้าจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตร และสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศที่ต้องการส่งมอบปุ๋ยคุณภาพมาตรฐานถึงมือเกษตรกร
ผู้ที่สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายสามารถติดต่อสอบถามข้อมูล เงื่อนไขการค้า และรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่ บริษัท พาริช เฟอทิไลเซอร์ จำกัด หมายเลขโทรศัพท์ 02-319-3371-3 หรือติดต่อผ่าน LINE Official Account @parichmember ทีมงาน พาริช (PARICH) พร้อมให้คำปรึกษา และร่วมสร้างการเติบโตไปด้วยกันครับ
